ศัลยกรรม “หมอเกาหลี” ต้องมีใบอนุญาต

สบส.เตือนคลินิกเสริมความงาม นำเข้า “หมอเกาหลี” มาเสริมสวยลูกค้าในไทย ผิดกฎหมาย เข้าข่ายใช้หมอเถื่อน มีโทษทั้งตัวหมอเถื่อนและผู้ดำเนินการ ชี้ต้องสอบและได้รับใบประกอบวิชาชีพในไทยก่อนจึงมีสิทธิรักษา

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้วงการศัลยกรรมความงามในไทยเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนมาก มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท จึงมีการแข่งขันกันมากทั้งเรื่องความรู้ความชำนาญของผู้ดำเนินการและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการให้บริการ ขณะนี้กรม สบส.ได้ขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลเสริมความงามซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับคลินิกเวชกรรมทั่วไปและเฉพาะทางรวม 1,458 แห่งทั่วประเทศ หรือประมาณร้อยละ 13 ของคลินิกเวชกรรมทั่วไปและเฉพาะทางที่มีทั้งหมด 10,904 แห่ง

ทุกแห่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ประกาศตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ทั้งลักษณะ ชื่อสถานพยาบาล การให้บริการ การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล อัตราค่ารักษา ค่าบริการและสิทธิของผู้ป่วย

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวต่อว่า กรณีที่คลินิกเสริมความงาม มีการนำศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านความงามจากต่างประเทศเช่นประเทศเกาหลี เป็นต้น เข้ามาให้บริการในคลินิกไม่ว่าจะให้บริการประจำหรือไม่ประจำก็ตาม จะต้องดำเนินการให้ถูกกฎหมาย โดยต้องแจ้งขออนุญาตต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพในประเทศไทยให้ได้ก่อนจึงจะมีสิทธิให้การรักษา ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน หากใช้แพทย์ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์เชี่ยวชาญหรือไม่ก็ตามจะเข้าข่ายว่าคลินิกแห่งนั้นใช้หมอเถื่อน

โดยหมอเถื่อนรายนั้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ดำเนินการคลินิก มีความผิดฐานปล่อยให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์มาดำเนินการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะส่งทีมตรวจสอบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสคลินิกที่มีพฤติกรรมที่กล่าวมา ที่เฟซบุ๊กสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือโทร.แจ้งสายด่วนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หมายเลข 0-2193-7999 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายทันที” อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าว

ทางด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ตามกฎกระทรวงได้กำหนดให้คลินิกเสริมความงามจะต้องมีมาตรฐานครบ 4 ด้าน ได้แก่ 1. สถานที่ต้องสะอาด มีห้องตรวจหรือห้องให้การรักษาเป็นสัดส่วน มิดชิด ปลอดภัยต่อผู้รับบริการ มีเครื่องมือในห้องผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่ได้มาตรฐาน 2. ผู้ที่ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดูแลสถานพยาบาลได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาทำการ 3. ชนิดและจำนวนเครื่องมือแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ประจำสถานพยาบาล ต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ 4. ชื่อสถานพยาบาลต้องไม่ขัดแย้งกับกฎกระทรวงว่าด้วยชื่อ และไม่ฝ่าฝืนการโฆษณา ต้องไม่ใช้คำที่มีลักษณะชักชวน เป็นเท็จ หรือโอ้อวดเกินความจริง สื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

การโฆษณาความเชี่ยวชาญด้านความงามของคลินิก อนุญาตให้เฉพาะแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรืออนุมัติจากแพทยสภาเท่านั้น และให้คลินิกทุกแห่งจัดทำบันทึกรายงานการรักษาผู้ป่วยทุกราย และมีระบบส่งรายงานประจำปีให้สำนักพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะด้วย