ความรู้เรื่องการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกนั้นได้มีการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความสวยงาม ความเหมาะสมของใบหน้า และแก้ไขความผิดปกติจากอุบัติเหตุ หรือความพิการผิดรูป มาเป็นเวลามากกว่า50ปีใประเทศไทยโดยในปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดต่างๆ มากมาย หากพิจารณาจากวัสดุหรือเนื้อเยื่อที่นำมาใช้เสริมแต่ง 2breckbrew.com สามารถแบ่งได้ ดังนี้


1. การผ่าตัดเสริมจมูกโดยการใช้เนื้อเยื่อของตนเอง (Autologous Tissue Technique) เป็นเทคนิคที่ใช้มานานจนถึงปัจจุบัน สามารถนำเนื้อเยื่อมาจากหลายตำแหน่ง เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง, กระดูกอ่อนภายในจมูก, กระดูกอ่อนใบหู, เนื้อเยื่อไขมัน ตลอดจนเนื้อเยื่อผิวหนัง วิธีการผ่าตัดดังกล่าวอาจเสริมเนื้อเยื่อของตนเองบริเวณสันจมูกร่วมกับการเย็บแต่งกระดูกอ่อนปลายจมูกให้ได้เป็นรูปทรงตามต้องการ หรือใช้เนื้อเยื่อของตนเองเสริมตลอดแนวตั้งแต่สันจมูกจนถึงปลายจมูก โดยต้องใช้เนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนของตนเอง โดยเนื้อเยื่อของตนเองนั้นจะใช้เวลาในการปลูกถ่ายติด กลายเป็นเนื้อเยื่อเดียวกับเนื้อเยื่อรอบบริเวณจมูก โดยใช้เวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์และมีโอกาสฝ่อหรือยุบตัวลงได้บ้าง ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลายๆประการ ข้อดีของการผ่าตัดโดยใช้เนื้อเยื่อของตนเองนั้นคือ ทำให้มีความรู้สึกเป็นธรรมชาติและมีความยืดหยุ่น ตลอดจนลดโอกาสการบางลงของเนื้อเยื่อจากการเสริมจมูกได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีโอกาสที่เนื้อเยื่อจะบางลงได้ และมีข้อเสียที่ อาจมีโอกาสที่เนื้อเยื่อฝ่อลงได้บ้างซึ่งทำให้รูปทรงจมูกเปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง

2. การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยวัสดุทางการแพทย์ (Implant Technique) ในปัจจุบันมีวัสดุทางการแพทย์หลายประเภทที่นิยมนำมาใช้ในการเสริมจมูก โดยการเสริมจมูกด้วยวัสดุทางการแพทย์นั้นนิยมวางวัสดุตั้งแต่สันจมูกจนถึงปลายจมูกและบางครั้งอาจยาวลงไปถึงแกนจมูกได้ ซึ่งขึ้นกับลักษณะรูปทรงของจมูกที่ต้องการ ส่วนข้อดีของการผ่าตัดโดยใช้วัสดุทางการแพทย์นั้นคือ สามารถกำหนดรูปทรงที่ต้องการได้ แต่ก็มีข้อเสีย เช่น การเกิดพังผืดดึงรั้งมากเกินไป , การอักเสบ และ การต่อต้านวัสดุทางการแพทย์ เป็นต้น
โดยประเภทของวัสดุทางการแพทย์นั้นอาจแบ่งได้ 2 ประเภทคือ
a. วัสดุทางการแพทย์ที่ไม่มีรูพรุน เช่น ซิลิโคนกล่าวคือภายหลังใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแล้ว เนื้อเยื่อของร่างกายจะสร้างพังผืดตามธรรมชาติ มาหุ้มรอบซิลิโคน โดยไม่มีการแทรกซึมเข้าในเนื้อของซิลิโคนได้ ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรูปทรงจมูกสามารถทำได้โดยสะดวก เนื่องจากซิลิโคนสามารถนำออกจากเนื้อเยื่อบริเวณจมูกได้ เพราะมีพังผืดตามธรรมชาติหุ้มรอบอยู่
b. วัสดุทางการแพทย์ที่มีรูพรุน เช่น Polytetrafluoroethylene (PTFE) หรือที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ โดยวัสดุดังกล่าวจะมีรูพรุนให้เนื้อเยื่อของร่างกายสามารถแทรกตัวสร้างเนื้อเยื่อเข้าไปภายในรูพรุนได้ ซึ่งทำให้มีการยึดติดระหว่างเนื้อเยื่อและวัสดุทางการแพทย์มากขึ้น
3. การผ่าตัดเสริมจมูกแบบผสมผสาน (Combine Technique) กล่าวคือการผ่าตัดโดยใช้เนื้อเยื่อของตนเองและวัสดุทางการแพทย์ประกอบร่วมกันในการผ่าตัด ซึ่งจะทำให้มีทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละเทคนิคมาประกอบกัน

โดยทั่วไปการผ่าตัดเสริมจมูกแบบผสมผสาน มักใช้วัสดุทางการแพทย์เสริมจมูกในส่วนที่เป็นโครงสร้างหลัก เช่น ดั้งจมูก ตลอดจนขาตั้งแกนจมูก เพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องการได้รับข้อดีของการใช้วัสดุทางการแพทย์ คือไม่มีการฝ่อตัว ทำให้ได้รูปทรงตามที่คาดหวัง และมักจะใช้เนื้อเยื่อตนเองในการแต่งปลายกระดูกอ่อนจมูกหรือปลายเนื้อเยื่อจมูกเพื่อทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อจำกัดได้ เช่น การผิดรูปจากพังผืด, การปฏิเสธของเนื้อเยื่อ, การอักเสบติดเชื้อ, ตลอดจนการทะลุของวัสดุทางการแพทย์ และการฝ่อบางลงของเนื้อเยื่อที่นำมาเสริมได้เป็นต้น

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า มีหลายวิธีในการตกแต่งแก้ไขเสริมสร้างรูปร่างของจมูก ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสม ของแต่ละบุคคล ไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าเทคนิคใดดีกว่ากันเพราะล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย นอกจากนี้ ก่อนได้รับการทำศัลยกรรมควรการประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง เช่น ศัลยแพทย์จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยและ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย และ ทำในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้